| Sornsuang's profileได้ฤกษ์เปิดเทอมแล้วววววว...PhotosBlogLists | Help |
|
May 30 เที่ยวงานผลไม้ชลบุรี-ระยอง วันที่ 24 พ.ค. 52ออกจากบ้านตอน 7.30 น. แวะหาอะไรรองท้องรออ็อกที่สถานีสุรศักดิ์ 8.30 ได้ฤกษ์ออกเดินทางกัน ออกไปทางบางนา-ตราด? ไม่แน่ใจ ฉีเป็นผู้นำ trip ในคราวนี้ถึงสวนนงนุช จ.ชลบุรีประมาณ 10.30 น. ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท ไม่รวมการแสดง ไปเที่ยวสวนสัตว์ข้างใน มีสัตว์หลากหลายดี อยากให้อาหารก็ได้ เจอวัวแคระ ดูรูปร่างแล้วประหลาดดี สัตว์ส่วนทุกอย่างเหมือนวัวยกเว้นขาสั้น มีกวางหน้าตาสวยเชียว เดินไปหากระต่าย ไม่ต้องเรียก มันรีบมาหาเอง สงสัยคิดว่าจะให้อาหารมัน จากนั้นไปชมสวนยุโรป แต่ทำไมมีเจดีย์ก็ไม่รู แวะไปแถวเพนียดคล้องช้าง มีช้างหลายเชือก สำหรับแสดงและพานักท่องเที่ยวเข้าชม จะบอกว่าสวนนงนุชสวยไหม ก็สวยดีนะ แต่ว่าสวยแบบแน่นๆ พยายามจะยัดต้นไม่เข้าไป อิอิ จากนั้นไปทานอาหารเที่ยงที่นาวิกโยธิน อ.สัตหีบ อาหารที่นี่รสชาติใช้ได้เลย ไม่ติดหวานเหมือนคนกรุง แต่ว่ารสชาติกลมกล่อม
เมนูคือ
1. หมึกไข่นึ่งมะนาว น้ำเยอะเชียว นึกว่าต้มยำ เปรี้ยวนำ เผ็ดสะใจ
2. ปูนิ่มพริกไทยดำ รู้สึกว่าจะเค็มไปนิดนึง แต่โดยรวมความหอมของพริกไทยดำก็ไม่เลว
3. ค้นส้มปลากระบอก ชามไม่ใหญ่แต่ก็อร่อยกลมกล่อม ไม่มีหวานนำแบบในกรุงเทพ
4. ปลากระพงทอดน้ำปลา กรอบอร่อยรสชาติหวาน เค็มพอดั พอกินกับน้ำยำ สุดยอด
หลังจากอิ่มแปล้จนไมสามารถกินอะไรได้แล้ว ก็ไปเที่ยวงานผลไม้ 100 ปี เมืองแกลง ที่จ.ระยอง ในงานมีนิทรรศการเมืองแกลง งานไม่ค่อยพร้อมเท่าไร เจ้าของสวนห่วงขายของมากกว่าเลยไม่ได้ไปเที่ยวสวนทุเรียนเลย ในงานกินทุเรียนกันจนเอียน นี่ขนาดอิ่มแล้วนะเนี่ย ทุเรียนนวลจันทร์ ลูกเล็กๆ ประมาณ 1 กิโล ไม่ค่อยหวาน เนื้อแน่นๆ เป็นเอกลักษณ์ จากนั้นชิมหมอนทองแบบบ่ม อยากบอกว่านี่มันหมอนหองหรือเนี่ย เนื้อยังแข็งเล็กน้อยแต่ว่าทำไมขมก็ไม่รู ดับร้อนด้วยการชิมมังคุด ไปดูผลการประกวดผลไม้เพื่อในการตัดสินใจว่าจะซื้อร้านไหนดี สรุปว่า ฉีซื้อทุเรียนมา 7 ลูก ขอแบ่งมา 2 ลูก โลละ 30 บาท มังคุด 15 กิโล โลละ 15 บาท อ็อกซื้ออแก้วมังกร จากนั้นอุดหนุดทุเรียนทอดกิโล ละ 400 บาท ฉีกะอ๊อกก็อุดหนุนมาอีก
เนื่องจากอ๊อกจากกินคุโรดะมาก พวกเราก็เลยจัดให้ไปกินที่สาขา RCA คิดได้ไงเนี่ย ไปกินบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นต่อ อิ่มจะแย่ เราก็นิ่งกินถั่วหมักไป 3 ชาม สั่งซาซิมิ แซลมอน หมึก ปลาโอเนื้อแดง กระพง ทุกอย่าง ok ยกเว้น ปลาโอ ดูไม่สด สั่งยำสาหร่ายไป 3 ชาม จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่ากินเยอะมากมาย จากนั้นฉีพาอ็อกไปส่งที่คอนโดแล้วก็มาส่งเราที่บ้าน เป็นอันจบเล่นเอาวันนั้นเพลียเลย
ราตรีสวัสดิ์
ป.ล. ไว้จะเอารูปมาใส่วันหลัง
May 14 ประชาสัมพันธ์ Concert ที่เราจะให้กับนักเรียนวันที่ 16 พ.ค. เวลา 19.00เพื่อนๆทั้งหลายถ้าว่างก็แวะเข้ามา concert ที่เราจัดให้นักเรียนได้ ทั้งหมด 12 คน ตั้งแต่อายุ 7 ถึง 16 ปี เวลา 19.00 น. ประตูเปิด 18.30 น.ที่สถาบันวัฒนธรรมไทยเยอรมัน เกอเธ่ สาทรซอย 1ถ้าแวะมาก็ถือว่าได้สังสรรกัน ถ้าจะมาก็โทรมาหาเราก่อนนะ เบอร์ 086-788-5417
โปรแกรมเพลงมีดังนี้
Varintorn Srichanwanpen (Homme) Age 8 years วรินทร ศรีจันทร์วันเพ็ญ (ออม) อายุ 8 ปี Indian Dance James Bastien The Frenchfries Bandit Polish Folk Song
Vorapon Kachapornkul (Hakaow) Age 7 years วรพล คชาภรณ์กุล (ฮะเก๋า) อายุ 7 ปี Pop! Goes the Weasel James Bastien When the Saints Go Marching in James Bastien
Clay Caan Solares (Clay) Age 8 years เคย์ กานต์ โซลาเรส (เคย์) อายุ 8 ปี My Cream Puffs Didn’t Puff Kumiko Kotera Oops, I Swallowed a Candy Risa Fumaki
Wanda Chaipornvadee (Nene) Age 7 years วรรณดา ชัยพรวดี (เนเน่) อายุ 7 ปี One Four Seven Lynn Freeman Olson Opening Day, Forth Grade Band, Green Tea, Country Fair and The Boat Dock Alfred Premier Course
Varin Srichanwanpen (Erng) Age 10 years วรินทร์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ (เอิง) อายุ 10 ปี Largo (Theme from the New World Symphony Anton Dvorak Scherzo and A Little Joke (From 24 Little Pieces for Children Op.39) Dmitri Kabalevsky Forward March Jane Smisor Bastien
Thiti Tantisrisuk (Tae) Age 13 years ธิติ ตันติศรีสุข (เต้) อายุ 13 ปี Sonata No.2 of trios, Op. 60 Friedrich Kuhlau
Intermission
Chawisa Wiboonkhongsatcha (Lily) Age 14 years ชวิศา วิบูลย์คงสัจจะ (ลิลลี่) อายุ 14 ปี Musette in D Johann Sebastian Bach Arabesque Johann Friedrich Burgmuller
Pabsirisuk Rodrungruang (Aom) Age 15 years ภาพสิริศุข รอดรุ่งเรือง (ออม) อายุ 15 ปี Jesu, Joy of Man’s Desiring Johann Sebastian Bach Moonlit Shores Randall Hartsell
Chawisa Wiboonkhongsatcha and Pabsirisuk Rodrungruang ชวิศา วิบูลย์คงสัจจะ และ ภาพสิริศุข รอดรุ่งเรือง The Entertainer Scott Joplin
Thanyamon Limmeechokchai (Mon) Age 16 years ธัญมน ลิ้มมีโชคชัย (มน) อายุ 16 ปี Happy Little Bird and Lonely Duck Masuhara Noriko
Nattakit Kachapornkul (Pao) Age 15 years ณัฐกิตติ์ คชาภรณ์กุล (เปา) อายุ 15 ปี Canon in C (Tor+ Version) Johann Pachelbel Ballade Pour Adeline Pual de Senneville
Jitlada Lai (Lim) Age 16 years จิตรลดา ไล (ลิ้ม) อายุ 16 ปี Unchain Melody Alex North
Rujirada Opardtiparkorn (Pla) Age 15 years รุจิรดา โอภาสธิภากร (ปลา) Byul (Star) Nel cor piu non mi sento Giovanni Paisiello If I Love You (From Carousel) Richard Rodgers
May 06 คิดถึงเหมียวจี๊ดน้องจี๊ด เป็นน้องเหมียวตัวนึงในสมาชิกแมว 5 ตัวอันประกอบด้วย นังเหลือง (ตัวผู้) ดำ (ตัวเมีย) อีอ้อน (ตัวเมืย) ไออ้วน (ตัวผู้) และน้องจี๊ด (ตัวเมืย) ทั้งหมดนี้เป็นลูกๆของไฉไลตัวแสบที่ชอบมาเนียนมาคลอดลูกไว้ที่ข้างบ้านเป็นครอกที่ 3 (แต่ก่อนที่จะเป็นผู้อุปถัมภ์มีมีอหลายครอก) อาโกวข้างบ้านก็ต้องมานั่งเลี้ยงอีกแหละ บางทีไฉไลก็เนียนมาขอกินข้าวซะงั้น ข้าวร้ายสุดๆ ไม่กี่เดือนมานี้ไฉไลก็มีลูกมาอีกครอกนึงแล้ว หน้าตาเหมือนจี๊ดกับเหลือง อีกตัวนึงไม่เหมือนใครหน้าตาน่าเกลียดสีดำปกเหลือง เล่นเอากลุ้มใจ เดี๋ยวนี้ไฉไลพยายามนำลูกๆของมันมาแนะนำตัว แต่ไม่มีทางที่จะเข้ามาได้ง่ายๆ เพราะเจ้าของบ้านคืองคุณเธอมานานแล้ว มีลูกอยู๋นั้นแหละ พออาโกวจะจับไปฉีดยาคุม ก็กระโดดหนีออกจากตะกร้าอีก ให้มันได้อย่างนี้
อุปนิสัยประตำตัว
อีอ้อน นังนี้แต่ก่อนตอนนี้มันอ้อนเราประจำเล้ย เป็นตัวรักตัวโปรดของเรา ทุกวันจะมานอนรอหน้าบ้านตลอด แต่เดี๋ยวนี้ตั้งแต่คุณท่านได้เลื่อนขั้นให้ไปนอนในบ้านอาโกว มันก็ไม่สนใจเราอีกเลย นังคุณนายอ้อนตัวแสบ ก่อนที่มันจะได้ไปนอนที่บ้านอาโกวนะ ชอบวิ่งเข้าบ้านเราประจำ ไปซุกอยู่ใต้เปียโน จับได้ก็ต้องตบเพี๊ยะๆๆๆ สั่งสอนไม่ให้เข้ามาในบ้าน
ดำ รายนี้ไม่ธรรมดา มีผมแสกกลาง หน้าตาเหมือนพ่อันเลย ฉลาดเหลือหลาย แถมร้ายกาจอีกต่างหาก บางที่เจ๊ดำไม่สบอารมณ์จะตะปบเอา แต่เป็นตัวที่รู้เรื่องที่สุด พอเคาะที่กำแพงเมื่อไร มาหาเมื่อนั้น เท่าที่ดูเป็นตัวที่ต้องการความรัก แต่มักจะไม่ถูกกับตัวอื่น เวลาพ่อดำมา มันจะแยกไม่ออกเพราะว่าหน้าตาดันคล้ายกันมาก
นังเหลือง ที่เรียกนังเหลืองเพราะว่ามันเป็น ตรู้ดดดดดดด 555555 ยังนั่งฉี่เป็นผู้หญิงอยู่เลย ตั้งแต่เมินอีอ้อน เราก็มาหานังเหลืองแทน นังนี่ติดพี่เล็กเป็นที่สุด เล่นยังไงก็ได้ ทั้งเขี่ย ทั้งตบ ทั้งฟัดมันก็ยอมทุกอย่าง เรียกได้ว่า อย่างนี้มันอ่อยกันนี่หว่า ถ้ามันไม่เป็นตุ๊ด มันก็คงเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ เลี้ยงน้องอย่างดี ให้จี๊ดดูดนมแทนไฉไลจนท้องนังเหลืองกลายเป็นสีเหลืองเลย แล้วก็เลียตัวให้น้องด้วย
ครอกที่สองตายไปสองที่เหลือคือ จี๊ดกับไออ้วน
ไออ้วน แต่ก่อนพุงป่อง แต่เดี่ยวนี้ผอม เดินร่อนไปหาสาวไปทั่ว นานๆมากินข้าวบ้านที ไอนี่มันร้าน หวาดระแวงคนเป็นที่สุด บางทีอาจโดนข่วนได้
จี๊ด เป็นเหมียวที่น่ารักมาก อ้อนพี่ตลอด ขนนิ่ม เป็นตัวที่น่ารักที่สุดในบ้าน มันตลกตรงที่ว่ากันมันเป็นสีดำอยู่ตัวเดียว เวลาร้องส่วนใหญ่จะครางแต่ในขอ ตัวนี้ก็ไม่ข่วนไม่กัน เล่นได้ แต่มักจะหวาดระแวงคนซักหน่อย ไม่นานมานี้อยู่ดีๆ ก็ป่วย เจ็บคอไปกินอะไรไม่ได้ อาโกวเลยพาไปหาหมอ หลังจากอาโกวเสียเงินไปหลาย ปรากฏว่าเป็นลูคีเมียแมว ต้องระวังไม่ให้ใกล้ตัวอื่น เพราะกลัวจะติดเชื่อ สุดท้ายเมื่อวันศุกร์เย็นที่ผ่านมา ก็สิ้นใจ เห็นหมอบอกว่าตอนจะไปก็ร้องใหญ่เลย คงทรมานก็สิ้น น่าสงสารอยู่
ก็ขอให้น้องจี๊ดไปสู่สุคติภพนะจ๊ะ
ทางซ้ายสุดนังเหลือง ตรงกลางน้องจี๊ด ทางขาวน้องดำ
เวลาเรามาหาดำชอบนอนอ่อยท่านี้ประจำ คิดว่าน่ารักตายแหละ May 04 ยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่มาเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้ดูข่าวมีคนส่ง sms มาว่า "ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่มา" ถ้าเปรียบเทียบสังคมไทย ตอนนี้เรียกได้ว่าเป๊ะ นับว่าคนส่งข้อความนี้ได้กระชับดีมาก ที่คิดจะเขียน blog หัวนี้เนื่องจากเมื่อวานดูรายการ Nanny 911 ที่ลูกชายคนโตของบ้านออกอาการแผลงฤทธิ์เล่นเอาบ้านแทบแตก สาเหตุมากจากเค้ามีความรู้สึกว่าแม่เค้ารักน้องมากกว่า มีอะไรก็ให้น้องก่อน แม่เค้าก็บอกว่าก็รักเท่ากัน พี่เลี้ยงก็พูดออกมาว่า แต่สิ่งที่ลูกชายคนโตนั้นรู้สึกสำหรับเขานั่นสิ่งที่คิดคือจริงนั้นคือแม่รักน้องมากกว่า แม่ก็ต้องทำความเข้าใจและพยายามปรับปรุงตัวเองให้มีความเสมอภาคในลูกๆแต่ละคนมากขึ้น
แล้วเมืองไทยก็เป็นอย่างเรื่อง Nanny 911 เพราะที่แยกเป็นหลายสีก็เพราะเค้าคิดว่ามันเกิดความไม่เสมอภาค ถึงแม้ว่าความเสมอภาคมันจะมีจริง แต่คนกลุ่มที่มีความเชื่อว่าไม่มีความเสมอภาคความยุติธรรมเกิดขึ้น เค้าก็เชื่อแล้วว่าสิ่งที่เค้ารู้สึกสิ่งที่เค้าคิดก็คือสิ่งที่จริง และถ้ายังแก้เรื่องความรู้สึกถึงความไม่เสมอภาพไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าประเทศไทยจะสงบ
หวังว่าประเทศไทยจะจบได้แบบ Nanny 911 นะ April 17 เบื้องลึก เบื้องหน้า เบื้องหลัง ดูเฉยๆสบายกว่ากันเยอะเลยสืบเนื่องมาจาการเมืองการไทยอันร้อนแรงที่ผ่านมา ในที่สุดก็จบลงได้ก็ดีแล้ว แต่ในสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมด จึงได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ในหลักกาลามสูตรไว้ 10 ข้อว่า
1. มา อนุสสเวนะ อย่าได้เชื่อถือ ตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา 2. มา ปรัมปายะ อย่าได้เชื่อถือ ตามถ้อยคำสืบๆ กันมา 3. มา อิติกิรายะ อย่าได้เชื่อถือ โดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้ 4. มา ปิฏกสัมปทาเนนะ อย่าได้เชื่อถือ โดยอ้างตำรา 5. มา ตักกเหตุ อย่าได้เชื่อถือ โดยเดาเอาเอง 6. มา นยเหตุ อย่าได้เชื่อถือ โดยคาดคะเน 7. มา อาการปริวิตักเกนะ อย่าได้เชื่อถือ โดยความตรึกตามอาการ 8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา อย่าได้เชื่อถือ โดยชอบใจว่าต้องกับทิฐิของตัว (อันนี้ท่าจะเป็นกันมาก) 9. มา ภุพพรูปตายะ อย่าได้เชื่อถือ โดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ (อันนี้ก็คงเป็นกันไม่น้อย) 10. มา สมโณ โน ครูติ อย่าได้เชื่อถือว่าสมณะนี้คือครูของเรา เมื่อใด พึ่งรู้ด้วยตนเองว่าธรรมเหล่านั้นเป็นอกุศล เป็นกุศล มีโทษ ไม่มีโทษเป็นต้นแล้ว
จึงควรละหรือ หรือเข้าถึงธรรมตามนั้น (พระไตรมปิฏกเล่ม 20 หน้า 505) ขอให้ผู้ที่ได้ผ่านมาอ่านทั้งหลายได้คิดตรึกตรองว่าข้อมูลที่เราได้มาทั้งหลายนี้ ถ้าจะเลือกเชื่อก็ให้ตรึกตรองตามหลักกาลามสูตรแล้วกัน April 09 เช็งเม้งที่ยะลา 3-6 เม.ย. 51ไปเชงเม้งที่ยะลาคราวนี้มีความรู้สึกทั้งอยากไปและไม่อยากไป ที่อยากไปเพราะว่าคิดถึงบรรยากาศในสมัยตอนประถมที่อยู่ที่นั่นเป็นเดือน เล่นสงกรานต์ที่นั่น แต่ที่ไม่ค่อยอยากไปก็เพราะความไม่น่าไว้วางใจในสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดน วันแรกวันที่ 3 นั่งเครื่องบินของ 1-2 go ไปถึงประมาณ บ่ายโมง ลงที่หาดใหญ่ เจ๊กชวงไปรับที่สนามบิน ไปกินหูฉลาดที่ร้านต่อฮวด เป็นร้านโปรดของพ่อ ที่ยังไงก็ต้องไปสั่งเพราะเมื่อเทียบราคาและคุณภาพถูกกว่ากรุงเทพเยอะ พ่อเตรียมไปกินขนาดพกมัสตาร์ดไปกินกับหูฉลาดโดยเฉพาะ อาหารที่เหลือก้มี ผัดหมี่ เต้าหูทอง (จากนนี้ห้ามพลาด) แฮกึ้นกรอบดี แต่ใส่มันหมูเยอะไปหน่อย กินกับอิ่มหนำสำราญ จากนั้นไปที่โรงเรียนพี่อุ๋น โรงเรีนยแปซิฟิกโลกดนตรีและศิลปะ ใกล้ๆกับหาดใหญ่วิทยาลัย ไปดูกิจการ เป็นสถานที่ที่น่าเรียน หลังจากนั้นก็รีบกลับไปที่ยะลา ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ต้องรีบให้ถึงยะลาก่อนที่ 6 โมงหรือทุ่ม เพราะว่าจะไม่ค่อยปลอดภัย ระหว่างทางมีด่านตรวจเต็มไปหมด บรรยากาศมันก็อึมครีม อยู่ พอถึงเมืองยะลา ก็ต้องคิดถึง ก๋วยจั๊บ ของดีเมืองยะลา พ่อชอบมากๆๆ ขนาดกินทีหลายชาม ทำกินเอง ส่วนโซ้ยเจ็ก อยู่เชียงใหม่ไม่มีอะไรทำ ลงมายะลาเพื่อกินก๋วยจั๋บ แล้วซื้อก๋วยจั๊บไปฝากที่เชียงใหม่ ไปกินเจ้าแรกอยู่แถวบ้าน (ร้านท่งอัน ยะลา) ก๋วยจั๊บหมู คนเต็มไปหมด ต่อคิวกันเยอะมาก เครื่องอร่อยดี มีพวกเครื่องใน ตับ ปอด กระเพาะ หมูกรอบ แต่เส้นเละไปนิดนึง โดยรวมอร่อย ขนาดเพิ่งกินมาตอนบ่านสอง มากินนึ่ต่อยังกินได้ แต่อึดอัด แหะๆ หลังจากนั้นกลับที่บ้าน วัฒน์ก็มาไหว้ด้วยปีนี้ แต่ว่าโซ้ยเจ๊กกลับเชียงใหม่ไปแล้ว แวะทักทายตั่วโกว หยี่เจ็ก ซาเจ็ก และน้องเหมียวทั้งหลาย เต็มบ้านเลย เหมียวหวาดน่ารักมากๆๆ อ้อนเป็นที่สุด ที่น่ารักอีกตัวคือ ตัวเล็ก Boot ขนนิ่มสุดๆ วันๆไม่ทำอะไร นั่งอ่านการ์ตูนทั้งวัด ที่บ้านการ์ตูนอย่างเยอะ
วันที่ 4 วันไหว้เชงเม้ง ไปไหว้ที่สุสาน ไม่ไกลจากโรงบาลยะลา ตอนที่อยู่ในฮวงซุ้ย มีเฮลิคอปเตอร์มาโปรยใบปลิวซะงั้น แต่โปรยโดยไมดูทิศทางลมเล้ยให้ตายเถอะ ไปติดอยู่ที่หลังคาเกือบหมด เห็นวัฒน์บอกว่าเนื้อหาบอกว่า ห้ามเผาทำลายคัมภีร์ พวกเราคนจีนที่ไหว้อยู๋ก็เหวอเลยมันเกี่ยวอะไรด้วยนี่ 55555 ตอนขากลับมากินซาลาเปาเบตง ลูกละ 8 บาทอร่อยดีทีเดียว ใส่หมูแดง แต่หมูสามชั้นเยอะไปนิดนึง เวลาจะสั่งมาไหว้ต้องสั่งรวมๆกันมาหลายสิบลูก บวกค่าแทกซี่สำหรับขนส่ง 40 บาท จากนั้นช่วงบ่ายก็เดินสายเยี่ยมญาติที่ตลาดเก่า ลืมบอกไปหลังจากไหว้เสร็จก็กินข้าวที่บ้าน แต่กับข้าวที่ไหว้เหมือนกันทุกปีเลยค่ะ 1. แปะฉ่าย ลูกชิ้น 2. กระเพาะปลา 3. ไก่หรือเป็ด 4.แฮกิ้น ที่แปลกหน่อยก็มีปลาผัดต้นหอม ตอนเย็นก็กินข้าวบ้านน่ะแหละ แต่ไก่ที่บ้านอร่อยมากๆเลย เหนี่ยวหนึบ หลังจากนั้นล้างปากด้วยแตงโมกรอบๆฉ่ำๆ รีบไปดูลีซาน กำลังมัน 555 หลังจากหนังจบ ไปเที่ยวรอบเมืองซักหน่อย ประมาณ 2 ทุ่ม นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ชมเมือง ดูเงียบๆ แต่ว่ายังคงสวยเหมือนเดิม แวะผ่านๆที่ที่เคยผ่านประจำ ผ่านวัดเมืองยะลา แต่ไม่ได้เข้าพุบาโกย (สวนขวัญเมือง) ทำให้คิดถึงวันวายเมื่อเมืองยังสงบสุข เที่ยวกับเพื่อนๆสนุกมากๆ
วันที่ 5 จะว่าเป็นธรรมเนียมของครอบครัวหรือป่าวไม่รู้ ว่าเช้าต้องมากิน ก่วยจับ คราวนี้มากินก๋วยจับไก่ที่แถวโรงเรียนผดุงประชา เดิมร้านนี้อยู่แถวบ้าน (ร้านยิ้มๆ สวยๆ) ตอนนี้มาเปิดเอง เป็นร้านที่สะอาดมากๆ รสชาติโดยรวมอร่อยนะ แต่รู้สึกเค็มไปนิดนึง พ่อกินไป 2 ชาม วัฒน์และเรากินไปคนละชาม จากนั้นเดินชมโรงเรียนเก่า ผดุงประชา ยังคงเป็นตึกเก่า คราวที่ที่มาไม่ได้กินก๋วยจั๋บโรงแรมเทพวิมาน ร้านนี้เป็นก๋วยจั๊บพะโล้ไก่ แต่ก่อนอร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ช่วงๆหลังๆนี้มันเค็มจัง ตอนอายุประมาณ 10 ต้นๆ จำได้ว่ายังไปช่วยร้านนี้เค้าลอกเส้นก๋วยจั๊บเป็นแผ่นๆ อยู่เล้ย 55555 แวะไปหาเหล่าเจ็กเสียงที่โรงแรมยะลารามา (โรงแรมที่เคยโดนระเบิดเหมือกกัน) ไปซ้อมเปียโนที่บ้านเจ๊เชอรี่ จากน้นกลับบ้านรออยู่ที่บ้านกว่าจได้ออกประมาณเที่ยงเกือบบ่ายพ่อเอารถเจ็กชวงามาขับไปไปที่ปัตตานี ไปไหว้หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ เรื่องความดังและศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องพูกถึง แต่พอไปถึงฝนก็ตก แต่ซักแป๊บก็หยุด รีบไหว้ก็รีบกลับ คราวนี้เลยไม่ของติดไม้ติดมือจากวัดเลย จากนั้นไปที่อ.เมืองปัตตานี ไปหาเจ็กอ่างให้พอไปที่บ้านอ.บุญหลง เรียนจบดนตรีมาจากฮ่องกง เป็นอ.ของน้องมะปราง เก่งดนตรีหลายอย่าง ทั้งเปียโน ไวโอลิน สอนอังกฤษก็ได้ ทั้งทฤษฎีดนตรี ส่งเด็กสอบ Royal ได้รางวัลด้วย หลังจากเยี่ยมคารวะเสร็จ เจ็กอ่างพาไปไหว้ที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเคียง อยากรู้ประวัติเจ้าแม่ก็หาเอาใน net นะ หรือถ้าว่างๆจะมาเล่า จากนั้นก็เราก็ต้องรีบกลับมาทียะลา ก็สาเหตุเดิมดึกไปจะอันตราย ขากลับพ่อยังอุตสาห์ขับแวะอุทยานน้ำตกทรายขาว ผ่านวัดทรายขาว อ.นอง แต่พอไปถึงอุทยานมันปิดแล้ว ขับไปตั้งไกล เสียเวลา แล้วก็เริ่มมืดแล้ว รีบแล้วบ้านถึงประมาณ 6 โมงเย็นครึ่งดูลีซาน กำลังมัน จากนั้นก็ไปกินอาหารซีฟู้ด ร้านธารา เป็นร้านซีฟู้ตที่ดังสุดในยะลา เด็ดที่น้ำจิ้ม ตอนเด็กๆชอบกินไข่แมงดามาก ตอนนี้ไม่แล้ว เนื่องจากกินตอนขณะเดินทางเยอะมาก ก็เลยมากินแค่สองอย่างคือ ปลากระพงเผา ปลากระพงนั้นจะห้มด้วยเครื่องเทศสีเขียวๆแล้วไปเผา อีกอย่างคือ หอยแมลงภู่เผา กินเสร็จอย่างอิ่ม แวะไปทักทายเจ้าของร้าน เจ็กชิม (เพื่อนพ่อ) ร้านนี้ก็เป็นเหยื่อระเบิดอีกเช่นเดียวกัน ร้านนี้อยู่หลังบ้านเราเอง ห่างกันแค่ถนน 4 เลน เรื่องเล่าคือตอนระเบิดมอเตอร์ไซค์นี่กระเด็นสูงขึ้นไปบนฟ้าเลย ทำไปได้ เจ็กชิมก็โดนลูกหลงไปด้วยแถวต้นขา แต่ก่อนแถวบ้านไม่มีคนมาขายของ ตอนนี้ชาวมุสลิมมาขายของแถวบ้านเต็มไปหมด แต่ละคนก็คลุมผมกัน ก็รู้สึกว่าคนจีน ไทยพุธ ที่นี่จะโดนกลืนกลัว
วันที่ 6 กลับบ้านออกประมาณ 9 ครึ่งก่อนหน้านี้ก็ไปกินก๋วยจั๋บไก่ร้านเดิม นั่งรถเจ็กชวงไปที่หาดใหญ่ไปเอาหนังสือคืนจากพี่อุ๋น ไปสนามบิน กินข้าวเที่ยง นั่งเครื่องบินกลับบ้าน ตอนถึงกรุงเทพฯ แอบเสียวตอนลงเพราะว่าอากาศไม่ดี มองออกไปข้าวน้องเมฆดำเชียว ฝนตกหนัก กลับบ้านหลับเป็นตายเลย เหอๆๆๆๆ
สถานที่บอกๆทั้งหลาย ร้านก๋วยจั๊บ และร้านธารา อยู่ห่างจากบ้านไม่ถึงกิโล ดังนั้นจึงสามารถเดินไปได้ทุกที่ เนื่องจากวันที่ 8 เม.ษ. 51วันที่ 8 เพิ่งผ่านมา 1 ชม. ก็เป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งที่มีม็อบเสื้อแดงเดินขบวนไปบ้านสี่เสาเทเวศน์ จำนวนคนร่วมชุมนุมก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดา งานนี้ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร หรือจะยืดเยื้อแบบเสื้อเหลืองอีกหรือป่าว เท่าที่ได้ดูจาก ASTV กับ DTV เปรียบเทียบกัน กลุ่ม 2 กลุ่มนี้คงไม่มีวันลงเอยกันได้ เพราะเงื้อนไขการเรียกร้อง การมองการเมืองไทยมันคนละมุมมอง กันเลย แล้วถ้าไม่มีใครยอมละทิฐิก็ เห็นทีต้องมีการปะทะ ระหว่าง 2 ขั้วนี้ให้ตายกันไปข้างหนึ่งละมั้ง ก็ขออธิษฐานจิตให้ประเทศไทยได้ทางออกที่ดีและเกิดประโยชน์กับประเทศในระยะยาวก็แล้วกัน
ถึงดิว รายนี้บ้านก็อยู่ใกล้สถานที่ชุมนุมตลอดเลย ใกล้กับวชิรพยาบาลซะงั้น ก็ขอให้เดินทางปลอดภัยแล้วกัน |
|
||||
|
|